Beast : Coming Up (JunKwang , Dooseung)
posted on 17 Feb 2011 10:54 by wljaebeomg
Title :: Coming Up
Status :: Shortfic
Author :: ปาป๊าหมวย (P.G-sa-ring)
Pairing :: JunKwang ft. Dooseung
“ตื่นได้แล้วมึง เช้าแล้ว”
เสียงค่อนขอดดังมาจากยุน ดูจุนเพื่อนผมขณะที่ผมกับมันกำลังนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นรอฮยอนซึงแฟนของเราทั้งคู่อยู่เพราะว่าวันนี้เราสามคนกำลังจะไปเดทกัน ..ฟังไม่ผิดหรอกครับ ผมบอกว่าฮยอนซึงเป็นแฟนของเราทั้งคู่ถึงแม้ว่าดูจุนมันจะนั่งยันนอนยันมาสิบแปดรอบแล้วก็เหอะว่าฮยอนซึงเป็นของมันคนเดียวแต่ใครมันจะไปเชื่อจริงไหมครับ
ผมกับฮยอนซึงและดูจุนที่เป็นตัวแถม เป็นเพื่อนกันมาสี่ปีแล้วไปไหนก็ไปด้วยกันตลอดถึงจะรู้ดีว่าดูจุนมันจะชอบฮยอนซึงเหมือนกันกับผมแต่ผมก็ใจกว้างพอไม่ถือสาครับในเมื่อฮยอนซึงน่ารักออกขนาดนี้ พวกเราจะคบกันแบบเราสามคนรักกันก็คงไม่แปลกและผมก็สะดวกใจที่มันเป็นอย่างนี้ แต่ที่แปลกก็คือเมื่อสามเดือนก่อนตอนกำลังนั่งกินเนื้อย่างเกาหลีกันสามคนชื่นมื่นอย่างที่เป็นอยู่บ่อยๆอยู่ๆไอ้ดูจุนก็มาประกาศข่าวที่ชวนให้ผมยกกระทะมาฟาดปากมันว่า มันกับฮยอนซึงตกลงคบกันฉันท์คนรักแล้วเมื่อเช้านี้ ใครมันจะไปเชื่อใครมันจะไปยอมรับครับในเมื่อเราคบกันรักกันเป็นเราสามคนโดยตลอดทำไมผมถึงโดนเขี่ยกระเด็นออกมากลายเป็นเราสองคนได้ล่ะครับ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ยังทำตัวตามปกติไม่ต่างอะไรจากก่อนหน้านี้ มันไปเดทไหนผมไปเดทด้วย วันวาเลนไทน์สองคนนี้แลกของแทนใจอะไรกันผมก็ร่วมไปแลกด้วย เพราะผมคิดว่าทางออกของเรื่องนี้คือการกลับคืนสู่สามัญเราสามคนรักกันเหมือนแต่เก่ามันดีที่สุด แต่ดูจุนมันว่าผมบ้า ขี้อิจฉา และฮยอนซึงก็ทำถ้าจะปลอบใจผมตลอดเวลาที่มีโอกาสเหมือนผมเป็นลูกคนเล็กที่พ่อแม่ซื้อรถบังคับคันที่อยากได้ให้พี่คนโตไม่มีผิด
“ทำไมช้าอย่างนี้ ฮยอนซึง”
ผมพูดอย่างซ่อนอาการหาวไม่มิด นัดกันไว้ที่หน้าสวนสาธารณะตอนสิบเอ็ดโมงว่าจะไปดูหนังกันแต่นี่ก็จะเที่ยงจนพระอาทิตย์ส่องตะง่านอยู่กลางหัวแล้วก็ยังไร้ซึ่งเงาคนที่พวกผมรอ
“ขอโทษด้วยที่แฟนกูสวย เลยมาช้าคงแต่งตัวนานไปหน่อย”
รีบออกตัวรับแก้ต่างให้เมื่อมีโอกาส หมอนี่มันตลกจังครับคิดว่าฮยอนซึงเป็นแฟนของมันคนเดียวรึยังไง มันไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรเรื่องฮยอนซึงให้ผมฟังก็ได้
“ทำไมมึงไม่ไปรับเขาวะ ปล่อยให้ระหกระเหินมาเองทำไม ไอ้คนใช้ไม่ได้”
ด่าอีกฝ่ายที่มันเอารถมากลับไม่ยอมขับไปรับแฟนของเราทั้งคู่
“กูบอกแล้ว แต่เขายืนยันว่าครั้งนี้ไม่ต้องเดี๋ยวมาเอง”
“เหอะ กูเข้าใจเขาว่ะ ”
พ่นลมออกจากปากพูดใส่ให้อีกฝ่ายทำหน้าอยากฆ่าและคิดมากไปเล่นๆ ทั้งที่ความจริงผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่ทุกทีมันเป็นหน้าที่ปกติของดูจุนอยู่แล้ว
“มาทันเวลาก่อนที่กูจะฆ่ามึงพอดี”
ดูจุนพูดชี้ชวนให้ดูแฟนของพวกเราที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีฟ้าสว่างเดินน่ารักมาแต่ไกล แต่ไม่ได้มาคนเดียวยังมีเพื่อนร่วมทางตัวเล็กเดินมาด้วย
“ขอโทษทีที่มาช้า รอนานไหม”
ขอโทษขอโพยแล้วส่งยิ้มแห้งๆแต่น่ารักมาให้พวกผม เจออย่างนี้ให้นั่งรอถึงพรุ่งนี้จุนฮยองก็ไม่บ่นครับ ขณะที่ผมกำลังยืนยิ้มเคลิ้มๆตอบกลับไป ฮยอนซึงก็ดึงเพื่อนตัวเล็กที่ไปยืนหลบอยู่ข้างหลังให้มาอยู่ข้างหน้าตน
“นี่ กีกวัง เพื่อนที่ชมรมวิทยาศาสตร์ของฉันเอง บังเอิญเจอกันเมื่อกี้ตอนเดินออกมาน่ะ วันนี้กีกวังจะไปกับเราด้วยนะ”
“หวัดดีครับ วันนี้รบกวนด้วยนะครับ”
ส่งยิ้มกว้างให้ดูจุนอย่างเป็นมิตรและทำปากกระตุกอะไรซักอย่างใส่ผม ไม่ทราบว่าไม่พอใจอะไรผมครับ ทั้งที่วันนี้เป็นวันเราสามคนมาเดทกันแท้ๆแต่ตอนนี้ต้องกลายเป็นเราสี่คนผมยังไม่ไปกระตุกอะไรใส่เขาเลย
“กีกวังเองหรอกเหรอ มาซิ ดีเลย มีคนน่ารักมาเพิ่มอย่างนี้ยิ่งดีใหญ่ เนอะมึง”
ไม่ต้องมาเนอะกับผมเลยครับ ผมไม่มีส่วนรับผิดชอบอะไรในการขี้หลีของเขาด้วย ฮยอนซึงเห็นไหมครับว่าหมอนี่มันใช้ไม่ได้จีบคนอื่นต่อหน้าต่อตาเฉยเลย
“ฮ่า ฮา ฮ่า ดีใช่ไหมล่ะ กีกวังป๊อบในชมรมมากเลยรู้ไหม”
นอกจากไม่แสลงใจแล้วยังหัวเราะร่าอีกตะหาก แล้วไอ้ที่ว่าป๊อบนี่มันก็แค่ป๊อบในชมรมเด็กเรียนแค่นั้นไม่ใช่เหรอครับมันน่าภูมิใจตรงไหน. .อ๊ะ นี่ผมไม่ได้ว่าฮยอนซึงนะครับเขาเป็นกรณียกเว้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย” เพื่อนตัวน้อยของฮยอนซึงปฏิเสธ
“เอ๊. .ฉันว่าน่าจะใช่อย่างที่ฮยอนซึงว่านะ” ไอ้ขี้หลีเข้าสมทบ
“ปูเสื่อคุยกันตรงนี้เลยไหมล่ะ จะได้ไม่ต้องไปดูหนัง”
ผมบอกอย่างหงุดหงิด เมื่อฮยอนซึงไม่สะกิดใจอาการขี้หลีของดูจุนและทุกคนเอาแต่พูดคุยประโยคสนทนาที่ผมไม่นึกอยากจะสานต่อด้วย
“ไอ้. .ไอ้คนอารยธรรมยังเข้าไม่ถึง”
ดูจุนด่าผมเสร็จก็จูงมือพาฮยอนซึงมานั่งหน้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถคู่คนขับ ส่วนผมก็ตรงจะไปประจำที่นั่งด้านหลังคนขับเหมือนทุกทีเพราะมันเป็นตำแหน่งที่มองหน้าฮยอนซึงได้ชัดเจนและยาวนานที่สุด ทั้งที่ควรจะเป็นอย่างนั้น. . . แต่ว่า โดนร่างเล็กที่คาดไม่ถึงเข้ามาเสียบด้วยความไวซะก่อน ไม่ทราบว่ายง จุนฮยองกำลังโดนหาเรื่องอยู่ใช่ไหมครับ
“ที่นั่งฉัน” ผมบอกเจ้าเด็กใหม่ที่ไม่รู้ว่าที่ใครเป็นที่ใคร
“เหลวไหลน่ะมึง นั่งไปเถอะกีกวัง”
“ที่นั่งฉัน”
“จุนฮยอง. . .”
ลากเสียงยาวเป็นการปรามทุกครั้งที่คิดว่าผมทำอะไรผิดของฮยอนซึงทำให้ผมต้องยอมตัดใจ เดินไปกระแทกก้นนั่งเบาะข้างๆกีกวังแทน สาแก่ใจเขาแล้วซิ ผมหันไปมองคนข้างๆที่ทำแค่เพียงขมวดคิ้วมาให้ครู่หนึ่งแล้วเลือกไปมองเบาะพิงหลังของดูจุนแทน ไม่ต้องมาทำปากจู๋เลยครับยกที่นั่งให้แล้วยังจะมาไม่พอใจอะไรผมอีก และกว่าพวกเราจะไปถึงโรงหนังกันผมต้องนั่งทนทุกข์ทรมานกับตำแหน่งที่นั่งที่เห็นหน้าดูจุนทุกท่วงท่าและฟังฮยอนซึงชื่นชมเจ้าเด็กกีกวังไม่หยุดปาก
“เดี๋ยวแยกกันไปซื้อน้ำกับตั๋วหนังนะ. .จุนฮยองไปซื้อน้ำแล้วกัน” ฮยอนซึงบอกเมื่อมาถึงโรงหนังกัน
“เอาโค้กแก้วบิ๊ก บิ๊ก แล้วก็ป๊อปคอร์นสองถังนะ”
ฮยอนซึงผมไม่อะไรหรอกครับ แต่คนหลังนี่มึงสั่งใครครับยุน ดูจุน โค้กแก้วเบ้อเร่อสองแก้วกับป๊อปคอร์นสองถังงานใช้แรงงานที่คู่ควรกับหน้ามันอย่างนี้กลับส่งผู้ช่วยตัวจ้อยมาให้ผมแล้วตัวมันไปรับงานคุณหนูอย่างถือตั๋วหนังซะนี่ เอ้า. . แล้วนี่เขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำรึไงกีกวัง
“เดี๋ยวผมถือเองครับ”
ตั้งท่าจะรับโค้กที่ใหญ่กว่าแขนตัวเองทั้งสองแก้วมาถือไว้เอง เห็นผมเป็นยักษ์เป็นมารรึไงใครจะให้เขาทำอย่างนั้นกันครับ ผมจึงส่งถังป๊อปคอร์นเบาหวิวสองถังให้เขาถือแทน
“เอ่อ. .” ทำหน้าแดงปากกระตุกเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างแล้วก็ไม่พูด นี่ผมให้ถือของเบาแล้วนะครับยังจะไม่พอใจอะไรอีก
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา”
ผมบอกอย่างนึกขัดใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าล้มเลิกความตั้งใจที่อยากจะพูดแล้ว
“. .ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“พูดมา”
จ้องหน้าอีกฝ่ายที่บ่ายเบี่ยงเขม็ง ก็เห็นอยู่ว่ามีอะไรจะพูดแล้วยังทำปากกระตุกใส่ผมด้วย ไม่พอใจอะไรก็ว่ากันมาเลยดีกว่าครับไม่ชอบคนด่าในใจ
“คือ. .ขอบคุณครับ”ตอบกลับมาจนผมงง
“นี่ ที่จะพูดเมื่อกี้เหรอ”
ถามย้ำเพราะไม่คาดคิดว่าปากที่ขยับไปมาของอีกฝ่ายจะเป็นคำขอบคุณไม่ใช่คำด่า
“ครับ. .ขอบคุณที่ถือของหนัก. .ให้”
ก้มหน้าก้มตาอธิบายด้วยหน้าที่ขึ้นเลือดฝาด จะว่ายังไงดี ดูไปดูมาหมอนี่มันก็น่ารักจริงๆอย่างที่ฮยอนซึงว่า. .ไม่ซิ ไม่ใช่ซะหน่อย ยังไงฮยอนซึงก็น่ารักเป็นที่หนึ่งในดวงใจของผมที่สุด อย่างหมอนี่ก็แค่อยู่ในระดับที่จัดว่าน่ารักเฉยๆเท่านั้นแหละ
ไม่ทราบว่าวันนี้จะมีเรื่องขัดใจผมซักกี่หนกันครับ ในการมาเดทสาม ทุกครั้งที่ควรจะเป็นก็คือฮยอนซึงอยู่กลางผมนั่งอยู่ซ้ายมือฮยอนซึง ได้สะดวกในการพูดคุยรอจังหวะเผลอไผลให้ฮยอนซึงจำแก้วผิดมาจิบน้ำแก้วผมแล้วมีดูจุนนั่งขวาสุด เป็นรูปแบบการนั่งเราสามคนที่สมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเป็นฮยอนซึงที่เข้ามานั่งก่อนและไอ้ดูจุนก็อาศัยความพริ้วไหวในการที่มือรับงานคุณหนูอย่างการถือตั๋ววิ่งเข้าไปนั่งติดฮยอนซึงทิ้งให้ผมเดินมานั่งข้างมันและตามมาด้วยกีกวัง รูปแบบการนั่งอย่างนี้ มันมีตรงไหนที่ผมควรจะมีความสุขดีครับ
“ถอยไป นี่มันที่ฮยอนซึงนะเว้ย”
ผมดันไหล่ดูจุนออกประดุจฮยอนซึงที่เป็นคนเลือกที่นั่งก่อนเป็นคนโดนแย่งที่
“อะไรของมึง นั่งๆไปเถอะน่า อย่างเรื่องมาก”
“ไม่เอา มึงเป็นกูมึงจะอยากนั่งตรงนี้ไหมล่ะ ฮยอนซึงนั่งอยู่ตั้งตรงโน้น”
“จุนฮยอง. . .”
เสียงปรามในลักษณะที่ผมทำอะไรผิดดังขึ้นจากฮยอนซึงเป็นรอบที่สองของวันนี้ คราวนี้ผมทำอะไรผิดอีกล่ะ ผมแค่อยากได้รูปแบบการนั่งเหมือนเดิมเท่านั้นเองแล้วแทนที่จะมองหน้าผมทำไมฮยอนซึงไปมองหน้ากีกวังแทน เขาไม่อยู่ในรูปแบบการนั่งซะหน่อย
“แค่นี้พอใจแล้วนะ วันนี้ทำตัวดีๆล่ะ”
เปลี่ยนที่นั่งกับดูจุน กระซิบบอกผม ถึงจะไม่เข้าใจว่าตอนไหนที่ผมทำตัวไม่ดีแต่ตอนนี้ผมพอใจแล้วครับที่ได้นั่งที่นั่งซ้ายมือฮยอนซึงเหมือนเคย
“แบ่งป๊อปคอร์นให้กีกวังกินด้วยล่ะ”
เขาบอกผมที่มีป๊อบคอร์นถังใหญ่วางไว้บนตัก ผมก็ไม่ได้คิดจะครองไว้กินคนเดียวซะหน่อย
“อะ . .หิวก็จกกิน น”
บอกคนซ้ายมือไม่ทันจบก็โดนมือฮยอนซึงฟาดเข้าที่แขน นี่มันอะไรกันครับพูดเล่นพูดล้อก็ไม่ได้เหรอ อะไรจะประคบประหงมกันขนาดนั้นแบบนี้มันสองมาตรฐานชัดๆ
พอหนังเริ่มฉายทุกคน??ก็อยู่ในความสงบ หนังรักสุดโรแมนติกที่ผมร่ำร้องอยากจะมาดูนี่ล่ะที่เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดกับการมาเดทแบบเราสามคน. .แต่ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วครับ เจอฉากเลิฟซีนเรื่องนี้เข้าไปอะไรจะดุเดือดปานนั้นใครว่าหนังเรื่องนี้มันไม่จำกัดเรทคนดูครับ อย่างนี้เยาวชนของชาติเข้ามาดูได้ใจแตกหมดกันพอดี ผมที่หน้าหนาวๆร้อนๆจึงเบี่ยงความสนใจหันมาจิบโค้กข้างตัวแทนแต่ก็โดนหัวใครบางคนพุ่งเข้าชนหัวผมเข้า มีปัญหาอะไรครับเจ้าเด็กใหม่
“อะ ของนายกินซะสิ”
ผมส่งแก้วโค้กให้เขาที่บ่ายเบี่ยงกลับมาดันให้ผมกิน จะรักษามารยาทไปไหนครับตะกี้ยังเอาหัวพุ่งใส่จะกินน้ำอยู่เลย
“กินไปเถอะน่า เร็วเข้า ฉันได้กินมั่ง”
ยื่นหลอดเอามาจ่อปากอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตายอมกินแต่โดยดี เหมือนให้อาหารนกเลยครับ มันน่ารักดี. .เอ่อ ผมหมายถึงน่ารักในฐานะนกนะครับ ไม่ใช่ฐานะเดียวกับฮยอนซึง
“. .ขอบคุณครับ”
เจ้าลูกนกกีกวังบอกหลังจากกินโค้กที่ผมป้อนเสร็จ มันน่าเอ็นดูจนผมอยากจะลูบหัวมันเล่นซักสองทีจริงๆเลย เมื่อผมกินโค้กต่อและกลับไปสนใจดูหนังที่ฉากเลิฟซีนเริ่มทุเลาความรุนแรง ผมก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมาทางผม พอหันไปดูก็พบว่าคนสองคนที่อยู่ทางขวามือส่งยิ้มกว้างมาให้ มันมีอะไรน่าพอใจตรงไหนครับรึว่ากำลังประทับใจฉากเลิฟซีนกันอยู่
“แป๊บนึงนะ เดี๋ยวมา”
ผมบอกทุกคนหลังจากดูหนังเสร็จเพราะผมกำลังจะไปปฏิบัติตามธรรมเนียมคือออกจากโรงหนังมันต้องต่อด้วยการไปเข้าห้องน้ำ หลังจากปล่อยโค้กแก้วใหญ่ที่กินมาใส่โถเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาเจอคนสามคนที่กำลังยืนคุยกันหน้าห้องน้ำอย่างออกรส
“เป็นไงกีกวัง เมื่อกี้มีป้อนโค้กกันด้วยนี่”
ฮยอนซึงถามพลางจับไหล่อีกฝ่ายใบหน้าดูหยอกเย้าในขณะที่คนถูกถามก็เอามือเช็ดหน้า ถูจมูกไปมาดูเขินอาย
“อ่า. .ไม่คิดจริงๆว่า ไอ้จุนฮยองมันจะไวไฟเป็นกับเขาเหมือนกัน ฮยอนซึงคิดถูกจริงๆที่พากีกวังมาวันนี้”
“ไม่หรอกครับ ผมต้องขอบคุณฮยอนซึงมากกว่าที่พาผมมา”
“ไม่เอาน่า มันก็ดีด้วยกันทุกฝ่ายน่ะแหละ ฉันว่าหมอนั่นก็ดูจะพอใจกีกวังเหมือนกันว่างั้นไหมฮยอนซึง”
“อย่าพูดอย่างนั้นซิครับ เขาไม่ได้คิดอะไรกับผมหรอก เขาแค่. . .”
“โดนเพื่อนหาวิธีเขี่ยเขาทิ้งไปไกลๆเท่านั้นเอง”
ผมเสริมประโยคที่เหลือต่อไปให้กีกวัง หลังจากฟังรูปแบบการสนทนาของพวกเขาทั้งสามคนก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ที่พวกเขาพากีกวังมาก็เพื่อที่จะหาคนแยกผมออกจากพวกเขาสองคนเท่านั้นเอง อยากมีกันแค่สองคนถึงขนาดเห็นผมเป็นส่วนเกินเลยรึไง
“จุนฮยอง”ฮยอนซึงที่มีสีหน้าตกใจไม่ต่างจากทุกคนเรียก
“มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดเลยนะ ไม่มีใครเขี่ยนาย ฉันแค่คิดว่ามันคงดีกับตัวนายมากกว่า”
“ที่ทิ้งฉันไปเลือกดูจุน แล้วยังหาคนมาดันฉันออกไปจากนายงั้นเหรอ” พูดตอบกลับ อย่างไม่อยากจะเชื่อหูว่าฮยอนซึงจะทำกับผมอย่างนี้
“ไอ้บ้า ไม่มีใครทิ้งมึงซักหน่อย มึงก็รู้ดี ทุกวันนี้กูยังคิดว่ากูคบอยู่กับมึงเลยนะ”
ดูจุนตอบคิดว่าจะตลก แต่ในสถานการณ์นี้เขาคาดหวังว่าใครจะหัวเราะกันครับ
“คือ จุนฮยองครับเป็นเพราะผม. .”
“ไม่เกี่ยวกับนาย”
ผมตวาดกีกวังที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของพวกผมสามคนเท่านั้น
“พูดดีๆซิ” ฮยอนซึงปรามผม
“ก็มันไม่เกี่ยวจริงๆนี่ พวกนายสอง. .”
“จะไม่เกี่ยวได้ไง กีกวังเขาชอบนายแท้ๆ พูดไม่เห็นใจคนอื่นอย่างนี้ มันใช้ได้ที่ไหน”
ยังวกกลับมาเรื่องกีกวังไม่ยอมให้ผมพูดปัญหาตรงหน้าต่อ แต่เดี๋ยวก่อนซิ เมื่อกี้ฮยอนซึงบอกว่าใครชอบใครนะครับ. .บอกว่าไอ้ตัวเล็กที่ยืนหน้าเสียอยู่นี่. .ชอบ. .ผมงั้นเหรอ
“. .ตลกแล้ว” ผมบอก นี่คงเป็นแผนการให้ผมลืมเขาแล้วแยกตัวออกไปของฮยอนซึงอีกน่ะซิ แต่ถึงจะไม่ใช่ยังไงผมก็ไม่สน
“คนเขาชอบนายมันตลกตรงไหนหะ”
“ทีฉันชอบนาย พวกนายยังกล้าสร้างเรื่องตลกเอาใครก็ไม่รู้มาแยกฉันออกไปได้เลย”
“จุนฮยอง. . .”
“นี่ นายชอบฉันได้ไง นายเคยคุยกันฉันเหรอ นายรู้จักฉันเหรอ ”
ผมเดินไปหาร่างเล็กตรงหน้าไม่สนเสียงดุของฮยอนซึง มันคงเป็นตลกไร้สาระเกินไปแล้ว ตัวผมที่รู้จักกับฮยอนซึงและชอบเขามาสี่ปีเขายังไม่สนใจผมเลย แต่คนตรงหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำแล้วจะมาบอกว่าชอบผมง่ายๆมันไร้สาระชัดๆ
“ไอ้บ้า ทำตัวดีๆซิวะ” ดูจุนว่า วันนี้จะมีคนสั่งให้ผมทำตัวดีซักกี่รอบกัน
“ตอนนี้ฉันกำลังคุยกับหมอนี่อยู่อย่างที่พวกนายต้องการแล้วไง อย่ามายุ่ง. . .ว่าไง นายรู้จักฉันเหรอ ฉันไม่รู้จักนาย แล้วก็ไม่ได้คิดว่านายจะมารู้จักอะไรฉัน มาบอกว่าชอบไม่คิดว่ามันไร้สาระไปหน่อยรึไง”
ตอกย้ำอีกฝ่ายกับเรื่องไม่เข้าท่านี้
“. .จุนฮยองน่ะ. . ถ้าอยู่กับคุณดูจุนแค่สองคน จุนฮยองชอบไหม??”
ร่างเล็กที่เพิ่งแสดงสีหน้าไม่สู้ดี อยู่ อยู่ก็จ้องตาผมเขม็งถามประโยคที่ไม่เข้ากับการสนทนาของผมขึ้น ทำไมผมต้องตอบคำถามและทำไมผมต้องอยากอยู่กับดูจุนสองคนด้วย
“ถ้าอยู่กับฮยอนซึงแค่สองคนจุนฮยองชอบมากกว่ารึเปล่า??” ยังคงตั้งคำถามต่อ
“ผมไม่อยากให้คนที่แยกไม่ออกว่าชอบฮยอนซึงจริงๆหรือว่าแค่ติดเพื่อนมาว่าหรอกนะ”
พูดกับผมอย่างไม่หลบสายตาเลยซักนิด จนผมรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอกับคำพูดและสายตาอีกฝ่าย
ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่กับฮยอนซึง และอาจจะมากกว่าตอนอยู่กับดูจุนเล็กน้อยเพราะว่าหน้าฮยอนซึงดูแล้วชวนให้เพลิดเพลินกว่า แต่เวลาที่ผมชอบมากที่สุดคือตอนที่พวกเราสามคนอยู่ด้วยกัน ถ้าผมจะคิดว่าเรามีรูปแบบความรักแบบสามคนรักกันผมผิดเหรอ
“วันนี้ผมรบกวนมามากแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ผมไปก่อนนะครับ”
หันไปบอกทุกคนแล้วเร่งฝีเท้าเดินออกไป ปล่อยให้ผมยืนอึดอัดกับสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้ให้คิด
.....................................
....
.
“มาได้ไงเนี่ย”
ฮยอนซึงที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีขาวตัวยาวและแว่นตากรอบใสขนาดใหญ่เดินเข้ามาทักผมที่มาหาเขาถึงห้องแล๊บชมรมวิทยาศาสตร์
“ก็มาหานายนั่นแหละ กำลังทำอะไรอยู่ล่ะวันนี้ดูคนน้อยๆนะ”
ผมบอกมองออกไปทั่วห้องอย่างไม่มีความหมาย. . .จริงๆนะครับ
“มาหาฉัน แล้วตามองหาอะไรอยู่” ถามผมด้วยแววตาจ้องจับผิด
“โอ๊ะ ดูนี่ซิ เครื่องนี้ฉันรู้จัก เอาไว้ผ่าแยกร่างเรากับจิตวิญญาณออกจากกันใช่ไหม”
ชี้ชวนอีกฝ่ายให้มาดูเครื่องมือที่เป็นท่อกลมยาวใสๆเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“มันมีของพรรค์นั้นซะที่ไหนล่ะ อ๊ะ กีกวังมานี่หน่อยมีคนสนใจเจ้าเครื่องตกผลึกนี่แหละ”
รู้สึกใจมันวูบขึ้นมาเลยครับเมื่อจู่ จู่ฮยอนซึงก็โบกมือเรียกชื่อใครบางคนโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัว และใครบางคนที่อยู่ในชุดทำแล๊บเช่นเดียวกับฮยอนซึงก็เดินเข้ามาหาอย่างงง งง พอเหลือบมาเจอหน้าผมก็กลับยังทำสีหน้าปกติใส่ ทั้งที่ผมยืนหน้าเหวออยู่
“สนใจเจ้านี่เหรอครับ”
ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าเมื่อสองวันก่อนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตกลงหมอนี่เขาได้ชอบผมจริงๆรึเปล่าครับ หรือว่าฮยอนซึงเข้าใจอะไรผิด
“. .เปล่าหรอกจะมาชวนฮยอนซึงไปดูคอนเสริต”
ตอบอีกฝ่ายที่พยักหน้าเข้าใจแล้วตั้งท่าจะเดินออกไปทำแล๊บต่อ จะรีบไปไหนของเขาครับเข้าใจอะไรง่ายไปหน่อยรึเปล่า
“คอนเสริตตอนไหน ตอนเนี้ยเหรอ”ฮยอนซึงถามพลางคว้าแขนเพื่อนตัวเองไว้ไม่ให้เดินออกไป
“เปล่า คืนวันศุกร์น่ะ”
“เอ๊. .อีกตั้งสามวันไม่ใช่เหรอ ทำไมรีบมาชวนถึงที่นี่ ”
อมยิ้มถามส่งสายตาเจ้าเล่ห์จับผิดมาให้ อย่ามาส่งสายตาเหมือนกับว่าผมมาหาเขาถึงชมรมที่เขาทำเฉพาะวันพุธเพราะอยากให้เขาชวนใครบางคนที่อยู่ที่นี่ไปดูคอนเสริตด้วยเชียวนะครับ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆสาบานต่อหน้าเครื่องผ่าแยกจิตวิญญาณนี่เลยซิ
“กีกวัง” ฮยอนซึงเรียกเพื่อนคงเตรียมชวนไปเที่ยวด้วย
“ทำแล๊บถึงไหนแล้ว”
อ้าว ทำไมทำตัวไร้มารยาทอย่างนี้ล่ะครับฮยอนซึงปกติมันต้องชวนไม่ใช่เหรอ ถึงจะถามตามมารยาทก็เถอะ แล้วนั่นเมื่อไหร่จะหยุดยิ้มซักทีมันมีอะไรน่าสนุกหนักหนาครับจาง ฮยอนซึง
“ก็ ยังอยู่อีกเยอะเลย”
“เหรอ วันศุกร์ไปดูคอนเสริตกันไหม” พูดไม่ได้เข้ากับคำตอบซักนิดเป็นรูปแบบการชวนคุยที่เอาแต่ใจ แต่ก็เป็นคำพูดที่ดีครับ
“เอ่อ. .คงไม่”
กีกวังพูดตั้งท่าเตรียมตัวปฏิเสธจนผมใจหวิว มองหน้าผมแล้วอยากปฏิเสธอย่างนั้นเหรอครับ
“ทำไม กลัวจุนฮยองว่าเอาอีกเหรอ เอาไง จุนฮยองอยากให้กีกวังไปด้วยไหม”
แล้วมาถามผมอะไรอย่างนั้นครับ อย่างน้อยก็น่าจะถามว่ากีกวังไปด้วยได้รึเปล่าอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ถามว่าผมอยากให้เขาไปด้วยไหม คำถามนี้มันล่อแหลมเกินไปนะครับ
“ว่าไง”
“ไปกันสี่คนฉันก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก” ผมตอบเมื่อมันสมองอันปราดเปรื่องคิดคำตอบสุดเซฟได้
“แปลว่าเขาอยากให้นายไป งั้นตกลงวันศุกร์ไปนะ”
จะมาแปลคำพูดสุดเซฟของผมให้กลับมาล่อแหลมอีกทำไมครับ อยากจะเถียงขัดแต่เมื่อเห็นกีกวังพยักหน้าตอบว่าจะไป ผมก็เลยได้คำตอบที่น่าพอใจ. .เอ่อ ผมหมายถึง มันก็พอรับได้ถ้าต่อจากนี้ไปเราจะเปลี่ยนจากแพคเกจสามมาเป็นแพคเกจสี่ และขอระบุหมายเหตุไว้เลยนะครับเผื่อมีคนเข้าใจผิด ผมแค่เปลี่ยนโปรโมชั่นเป็นซื้อสามแถมหนึ่งนะครับ ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษกับหมอนั่นอย่างที่หลายๆคนอยากให้มันเป็นหรือเข้าใจผิดคิดว่าผมกำลังเป็น. . . . .จริงๆนะครับ
1 เดือนก่อน
“หวา. . .ถอยหน่อยครับ ถอยหน่อย”
ผมร้องบอกทุกคนที่เดินผ่านเพราะผมตอนนี้กำลังแบกเครื่องตกผลึกตัวแรกของชมรมที่หนักเหมือนเด็กน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมาตั้งไว้ที่ชมรมวิทยาศาสตร์
“ถอยหน่อยครับ ช่วยถอยหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะ จะไม่ไหวแล้ว”
ผมร้องบอกคนที่มายืนขวางทางหน้าทางเข้าชมรมทั้งที่อีกไม่ถึงสิบเมตรก็จะส่งเจ้าหนูนี่ไปวางอย่างปลอดภัยแล้วแท้ๆ กลับต้องมาอยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ จะหลุดมือแหล่ ไม่หลุดแหล่
“ไอ้พวกแล้งน้ำใจเอ๊ยย”
คนที่ยืนขวางทางผมจนเครื่องเกือบหลุดจากมือยังมีหน้ามาสบถ แต่แล้วโดยไม่คาดคิดเขากลับเข้ามายกเจ้าหนูนี่ออกจากอกผมที่ยืนงงไป
“วางไว้ไหนล่ะ”
เขาถาม ผมซึ่งงงไปชั่วครู่เพราะไม่คิดว่าเขาจะช่วยหลังจากหายงงจึงพาเขาเข้ามาในชมรมมองหาที่ตั้ง เมื่อส่งเจ้าหนูมาวางในที่ที่ปลอดภัยแล้ว ผมที่ซึ้งในน้ำใจจึงคิดอยากจะขอบคุณอีกฝ่าย แต่ว่า. .
“ฮยอนซึงไปกินไอติมกัน”
ครับ แต่ว่าอีกฝ่ายวิ่งตัวปลิวไปหาฮยอนซึงไม่รอรับคำขอบคุณใดๆจากผมซะแล้ว คนคนนี้เขาเป็นอะไรกับฮยอนซึง แฟนงั้นเหรอ แต่ว่าแฟนฮยอนซึงคือคุณดูจุนนี่นาเขาเคยมาครั้งนึงผมจำได้
“วันนี้ก็ล่อมาเต็มยศอีกแล้วนะกีกวัง จะไปตะลุยอวกาศที่ไหน”
ดงอุนแซวผมทุกครั้งที่ผมอยู่ในชุดทำแล๊บเต็มรูปแบบคือเสื้อคลุม แว่นตากันสารเคมี ผ้าปิดจมูก และถุงมือยาง ผมผิดตรงไหนครับที่ผมขอปลอดภัยไว้ก่อน ทั้งที่ทุกทีผมคิดอย่างนี้แต่ทำไมตอนนี้ผมกลับรู้สึกเสียใจเล็กน้อยกับการแต่งเต็มยศของตัวเองครับเมื่อมองไปยังคนที่กำลังยิ้มหน้าชื่นอยู่กับฮยอนซึง
edit @ 4 Mar 2012 23:25:05 by ~ Park Jay ~ PaPa

